2006/Apr/13

การพัฒนาคร่าชีวิตคน

ความเจริญก้าวหน้า และการพัฒนาบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ดี หากแต่การพัฒนาด้านวัตถุ โดยไม่สามารถพัฒนาด้านจิตใจและความเข้าใจของคนให้เท่าทันกับการพัฒนาที่รุดหน้า จนสุดท้ายต้องตกเป็นเหยื่อของการพัฒนานั้นเป็นเรื่องที่เลวร้าย

พลันผมมาคิดได้ว่าผลพวงของการพัฒนาที่ใกล้ตัว และเกิดผลเสียอย่างมาก ก็คือ ห้วงเวลาประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านของผมคนวัยหนุ่มสาวในหมู่บ้านของผมเสียชีวิตไปด้วยสาเหตุของโรคร้าย กะคร่าวๆแล้วน่าจะราว 100 คน ผมเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ปกติเมื่อคนวัยฉกรรจ์วัยแรงงานค่อยๆทยอยเสียชีวิตทีละคน 2 คน ด้วยสาเหตุของโรคเอดส์

ราวๆปี 2530-2539 เป็นช่วงปีที่จังหวัดทางภาคเหนือตกเป็นข่าวเรื่องของปัญหาโสเภณี การตกเขียว และชื่อเสียงของประเทศไทยก็กระฉ่อนเรื่องการเป็นเมืองโสเภณี หากจะมองลงไปถึงจุดเล็กๆอย่างหมู่บ้านของผม หมู่บ้านที่มีครัวเรือนประมาณ 200 หลังคาเรือน วงจรอุบาทว์ของการตกเป็นเหยื่อของการพัฒนาเริ่มขึ้นที่นี่ เช่นเดียวกับอีกหลายร้อยหลายพันหมู่บ้านในภาคเหนือ หญิงสาวที่เริ่มแตกสาว พากันออกจากหมู่บ้านไปเป็นโสเภณี ด้วยเหตุผลที่ต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ อยากให้พ่อแม่สบาย มีบ้านหลังโต เงินทองเยอะแยะ มีรถเครื่องขี่ ครอบครัวอื่นๆที่อยากจะมีอย่างนั้นบ้างก็เริ่มมีการเลียนแบบ ลูกสาวของคนที่นี่มีค่าไม่มากกว่าเครื่องตอบแทนบุญคุณที่เปลี่ยนความกตัญญูเป็นเงิน โดยการเอาตัวเข้าแลก ในยุคที่ประเทศกำลังวิ่งสู่การพยายามเป็นเสือตัวที่ 6 ของทวีป

หญิงสาวไม่ได้รับการศึกษาหากแต่ต้องเอาตัวเข้าแลกเงิน รู้เพียงว่ายิ่งทำมากเท่าใดครอบครัวก็จะเงยหน้าอ้าปาก มีบ้านมีรถ ปีหนึ่งกลับมาบ้านครั้งหนึ่ง เพื่อเที่ยวให้ฉ่ำใจ ใช้เงินที่หาได้กับการซื้อของให้พ่อแม่พี่น้อง ลงกับเหล้าและการเลี้ยงฉลอง หากแต่วงจรอุบาทว์ไม่จบแต่เพียงเท่านี้ หญิงสาวหลายสิบคนในหมู่บ้านของผมกลับมาบ้านและพบรักกับหนุ่มในหมู่บ้าน ตกลงปล่องชิ้นได้เสียเป็นเมียผัว เมื่ออยู่กินด้วยกัน แต่รายได้ที่หามาเลี้ยงกันนั้นไม่เพียงพอ หญิงสาวกลับไปเป็นโสเภณีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้โชคดี เมื่อฝ่ายชายเริ่มล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ และเสียชีวิตลง ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักคำว่าโรคเอดส์ แต่เมื่อมีคนทยอยเสียชีวิต หญิงสาวที่เคยงดงามก็ต้องกลับมาบ้านเพื่อรักษาตัวด้วยอาการของโรคที่รักษาไม่หาย

บางครอบครัวโชคร้ายยิ่งกว่านั้นที่มีลูก เด็กบางคนกำพร้าทั้งพ่อและแม่ เติบโตอย่างยากลำบากกับปู่ย่าตายาย หรือลุงป้าที่ให้การดูแลได้ไม่ดีพอและไม่ทั่วถึง การเป็นลูกกำพร้าที่ติดเชื้อด้วยนั้นเลวร้ายยิ่งกว่า รายได้หลักที่เคยได้มาจากแม่หรือพ่อไม่มี เลี้ยงดูกันตามมีตามเกิด เด็กที่เติบโตมาด้วยความขาดแคลนทั้งเรื่องกิน การเรียนและความอบอุ่น เด็กๆจากพ่อแม่ที่เป็นเอดส์ ผมเรียกพวกเขาด้วยภาษาและความเข้าใจของผมเองว่า เอดส์เจนเนอเรชั่น

ถึงปีนี้ (2548) คนป่วยที่ป่วยด้วยโรคเอดส์จากสาเหตุแห่งยุคสมัยของพวกเขา เสียชีวิตไปเกือบหมดแล้ว แต่สิ่งที่น่าห่วงมากกว่าก็คือบุตรหลานในยุคเอดส์เจนเนอเรชั่นที่เติบโตมาอย่างขาดแคลน แม้พวกเขาไม่ติดเชื้อ แต่พวกเขาติดเชื้อชนิดใหม่ จากการพัฒนา โรคที่พวกเขาเป็นร้ายแรงกว่าโรคเอดส์เสียอีก ยุคนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเชี่ยวกราก พวกเขาต้องดำรงอยู่ท่ามกลางความเลวร้ายของยุคทุนนิยม ถูกความต้องการลวงของผู้นำในยุคบริโภคนิยมปลูกฝัง เด็กหญิงบางคนใจแตก มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันเหมาะสม ชีวิตคู่อยู่กันในวัยเรียน การทำแท้ง บางคนเลวร้ายถึงกับขายตัวแลกยาหรือมือถือ กระเป๋าราคาแพง เวลาเรียนอยู่ในร้านเกมส์ออนไลน์กับแฟนแทนการไปเรียนหนังสือ แม้แต่การกลายเป็นโสเภณี หากแต่ยุคสมัยนี้การเป็นโสเภณีไม่ได้เป็นเพราะต้องการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่เหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว แต่เป็นโสเภณีโดยสมัครใจและไม่อับอายเพียงเพราะต้องการมือถือเครื่องใหม่และเงินไปเที่ยว ช่างเป็นเรื่องที่น่าอนาถที่สุด ในยุคที่เราพูดกันได้เต็มปากว่าเจริญแล้ว

วงจรอุบาทว์จากการพัฒนาวัตถุหากแต่จิตใจคนยังถูกหลอกหลอนด้วยสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ช่างน่าเศร้าเหลือเกินครับ ยิ่งความจริงบางอย่างที่ผมไปอ่านเจอในหนังสือบางเล่ม ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกฆ่าให้ตายไป แล้วถูกปลุกให้ฟื้นจากความตายเพื่อถูกฆ่าอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    • เด็กๆร่อนเร่ในป่าคอนกรีต ใต้ดวงดาว 

    • นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมีทรัพย์สินมากกว่างบพัฒนาประเทศไทยในแต่ละปี 

    • ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลเสียจากระบบทุนนิยม การค้าเสรี เราเป็นประเทศกสิกรรมเล็กๆ ไม่มีความรู้ ความถนัด ความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดการค้าเสรี ระบบทุนนิยมทำลายความงามของทิวทัศน์-ความสุขในใจ-ความสำนึกในคุณค่าของตนเอง เด็กหญิงในวัยเรียนยอมขายตัวแลกกับ รถยนต์-กระเป๋า-เสื้อผ้าราคาแพง

ฯลฯ

ที่มา : โลกของจอม ทินกร หุตางกูร-

ปล.บทความนี้อุทิศให้แก่ชีวิตทุกชีวิตที่ดับสูญไปเพราะการพัฒนา ที่ยิ้มร่าให้กับมัน โดยหารู้ความจริงไม่ว่า การพัฒนา คือการคร่าชีวิตของคน ที่ลุ่มหลงมันต่างหาก

Comment

Comment:

Tweet


เบน
View full profile