2006/Sep/16

มีคนบอกผมว่า เวลาที่ผมคิดอะไรไม่ออก หรือคิดและคร่ำเคร่งถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใดมากเกินไป สิ่งที่จะเยียวยาคนอย่างผมได้อาจมีเพียง การขมักเขม้นอ่านหนังสือ หรือลงมือเขียนอะไรสักอย่าง แบ่งเอาสิ่งที่คิดออกมาเขียนบ้าง เท่านั้นก็จะทำให้อาการที่รู้สึกแย่ๆนั้นดีขึ้น

ผมรู้สึกว่ามันฝืดเฝือ สนิมกัดกิน และเกาะอยู่ตามสมองของผม จนทำให้ผม ไม่อาจเป็นผมได้ อย่างที่ผมเคยเป็น สมองไม่แล่น การวางแผนต่างๆล้มเหลว มันไม่สดชื่น เหมือนที่เคยเป็น เคยมี

ผมอาจนอนไม่พอ หรือหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวที่ไม่สามารถหาทางออกได้มากเกินไปและไม่รู้ตัว แต่เมื่อสำรวจตัวเอง พบว่าเกิดอาการเครียดสะสม แบบที่ไม่รู้ตัวอย่างมากทีเดียว และไม่รู้จะหาวิธีไหนมาบรรเทา

หนึ่งในเรื่องที่ผมคิดมากมาย และคิดอยู่แทบตลอดเวลานั้น คือ การที่ผมได้เดินทางเพื่อทำงานในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ติดต่อกัน

หลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบกับชีวิตและความคิดของผมโดยตรง

ทำให้ผมเก็บเอามันมาคิดมากมาย

ผมเฝ้าแต่ถามตัวเอง และคนใกล้ชิด ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าผมจะทำอย่างไร ที่จะสามารถช่วยเหลือผู้คนที่ยากลำบากที่ผมพบเจอ

จะมีหน่วยงานหรือองค์กรไหนที่ให้ความช่วยเหลือกับพวกเขาให้มีกำลังใจในการมีชีวิตต่อไปบ้าง

แต่แล้วผมก็ไม่ได้คำตอบใด จากการจมกับความคิดนี้วนกลับไปกลับมาเลย

ผมเฝ้าหาทางตามวิธีของผม

จะถือว่าผมมาบ่นให้หายเครียด หรือแม้แต่มาอาศัยช่องว่างที่พอจะมีบ้างในโลกเสมือนนี้เพื่อบรรเทาความกลัดกลุ้มของผมเองก็ตาม

ทำอย่างไรเราถึงจะช่วยพวกเขาเหล่านั้นได้บ้าง

อาจไม่มาก เพียงแค่สร้างกำลังใจให้พวกเขาอยากมีชีวิตที่ยากลำบากต่อไปเท่านั้นเอง

ผมคิดเพื่อตัวเอง

จะทำอย่างไรดี

???

ถ้ายายแก่ๆคนหนึ่ง หลังสูญเสีย สามี และลูกๆ ไปจากสึนามิครั้งนั้น และสิ่งที่แกอยากได้เพียงแค่ ห้องส้วม

ถ้าหญิงวัยกลางคนที่สูญเสียสามีและลูกไป ต้องการอยากได้เพียงอวน และลอบกุ้ง ไม่มากมายและไม่แพง แทนที่การนั่งมองทะเล และนั่งมองข้าวสารและอาหารหมดไปทุกวัน โดยไม่มีรายได้จากทางใด

หากชายชรา และหญิงชราคู่ทุกข์คู่ยาก เจ้าของสวนมะม่วงหิมพานต์ที่มีอายุแก่พอๆกับแก ที่มันอาจไม่อยากออกผลให้แกอีกแล้ว เพราะบาดเจ็บหนัก จากคลื่นหนัก และน้ำเค็ม แกจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าวกิน ผมได้แต่สงสัย

หากหญิงสาว และลูกเล็ก อีกมาก ไม่มีรายได้ และขาดสามีที่เคยเลี้ยงดู เป็นแรงหลัก ไปกับคลื่นยัก์นั้น และเลี้ยงชีพด้วย การแกะเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถุงละ 33 บาท / วัน ปีละครั้ง ครั้งละ 1-2 เดือน ผมก็สงสัยว่าแล้ว 10 เดือนที่เหลือพวกเธอจะกินอะไร และจะเอานมที่ไหนให้ลูกกิน

ยังไม่นับรวมถึงหญิงชราทางอีสานที่ต้องเลี้ยงหลานเล็กๆ จำนวนหลายสิบคน ที่ไม่เคยได้รับเงินที่ส่งมาจากลูก เพื่อเลี้ยงหลาน

ไม่นับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเลี้ยงน้องตามลำพัง 3 คน มีกระต๊อบเล็กๆอยู่ในบริเวณบ้านของย่า ซึ่งบัดนี้ พ่อและแม่ที่แยกทางกันไปนั้น แทบจะไม่ส่งเสีย แต่เธอต้องหาเงินเลี้ยงปากท้องตัวเอง และน้องเล็กอีก 2 คน และยังต้องจ่ายเงินค่าไฟฟ้าให้กับย่าแท้ๆ ที่คอยแต่ไล่ให้เธอและน้องออกจากบ้านไปทุกวี่วัน

และสุดท้ายเธอแก้ปัญหาด้วยการขโมยของ

และเด็กหญิง และเด็กชายจำนวนไม่น้อยจากครอบครัวที่แตกสลายและถูกทิ้งไว้กับญาติพี่น้องเหล่านั้น

กิน อยู่ และได้รับการศึกษาอย่างไร

ไม่ต้องพูดถึง

และที่น่าเศร้า คือมีคนอีกจำนวนมากมายที่ประสบปัญหา ต่างกันไป และมีอยู่ทั่วโลก

เราควรจะทำอย่างไรกันดี

คุณช่วยผมคิดหน่อยได้ไหม

ทุกคืนผมไม่อาจหลับตาลงได้ โดยปราศจากภาพเหล่านี้

ผมได้แต่ถามตัวเอง

ผมจะทำอย่างไรดี

และตอนนี้ผมถามคุณ

เราจะทำอย่างไรกันดี

????

****

Comment

Comment:

Tweet


เมื่อไหร่จะอัพใหม่ล่ะครับ ได้ไปไหนมาบ้างหรือเปล่า
#3 by นายฉิม At 2007-01-23 14:41,
ชีวิตก็แบบนี้
#2 by นายฉิม At 2006-10-08 22:29,
ทุกอย่างมันมีวัฎจักรของมันมั้งคะเบน
ที่แน่ๆ อย่างน้อยคนเหล่านั้น เค้าก็ได้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของตัวเค้าเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจกว่าสิ่งใด คนราต้องยืดได้หดได้ ถึงจะอยู่รอดระจ๊ะ
ไม่ผิดหรอกนะถ้าเบนจะสงสารผู้คนเหล่านั้น และคิดหาทางช่วย
แต่อย่าทำให้เรื่อง พวกนี้ มาทำลายสุภาพกาย และใจ ของเรา นะ
คนเรา ทุกคน ย่อมมีจุดสูงสุด และต่ำ สุดด้วยกันทุกคน ค่ะ
เราต้องยอมรับและผ่านพ้น มันไปให้ได้ นะจ๊ะ
#1 by กานต์ (220.253.130.175) At 2006-09-16 10:34,

เบน
View full profile